ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Documents and legalization

เอกสารที่ใช้ยื่นขอใบอนุญาตทำงานของพนักงานของสาขานิติบุคคลต่างประเทศ มีอะไรบ้าง และต้องรับรองเอกสารอย่างไร

ชุดเอกสารมาตรฐานฝั่งคนต่างด้าวประกอบด้วย หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือเพียงพอพร้อมหน้าตรวจลงตราและตราประทับขาเข้า รูปถ่ายตามขนาดที่กำหนด ใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยสถานพยาบาลในไทยซึ่งระบุว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎกระทรวง วุฒิการศึกษาและหนังสือรับรองประสบการณ์ทำงาน ส่วนฝั่งนายจ้างประกอบด้วย หนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุด บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น งบการเงิน แบบภาษีและแบบประกันสังคม สัญญาจ้างที่ระบุตำแหน่ง หน้าที่ และค่าจ้าง แผนที่สถานประกอบการ และหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ เอกสารที่ออกจากต่างประเทศต้องแปลและผ่านการรับรอง โดยประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ส่วนประเทศที่ไม่เป็นภาคีใช้การรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของประเทศต้นทางและสถานเอกอัครราชทูตไทย แล้วนำมารับรองคำแปลที่กรมการกงสุลอีกชั้นหนึ่ง สำหรับพนักงานของสาขานิติบุคคลต่างประเทศ สาขาของนิติบุคคลต่างประเทศต้องแสดงใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ พร้อมหลักฐานการนำเงินทุนขั้นต่ำเข้ามาในไทย. ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไปตามกฎหมายและระเบียบที่บังคับใช้ ณ ปี 2569 ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะราย หลักเกณฑ์ของแต่ละสำนักงานจัดหางานจังหวัดและด่านตรวจคนเข้าเมืองอาจต่างกันในรายละเอียด โปรดตรวจตัวบทที่ krisdika.go.th ประกาศและแบบคำขอที่ doe.go.th และเงื่อนไขการตรวจลงตราที่ immigration.go.th ก่อนดำเนินการ

ลำดับงานมาตรฐาน — ตรวจคุณสมบัติ → วีซ่า Non-B → ใบอนุญาตทำงาน → ขออยู่ต่อ → รายงานตัว 90 วัน

  1. ตรวจตำแหน่งงานเทียบบัญชีงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำตามประกาศกระทรวงแรงงาน และตรวจว่าเป็นวิชาชีพควบคุมหรือไม่
  2. ตรวจคุณสมบัตินายจ้าง — ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว อัตราส่วนลูกจ้างไทย งบการเงิน แบบภาษี และแบบนำส่งเงินสมทบประกันสังคม
  3. ขอรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant B หรือประเภทที่ตรงวัตถุประสงค์) จากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่
  4. แปลและรับรองเอกสารต่างประเทศ — Apostille สำหรับประเทศภาคี หรือรับรองสถานทูตสำหรับประเทศที่ไม่เป็นภาคี แล้วรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล
  5. ยื่นคำขอใบอนุญาตทำงานผ่านระบบ e-Workpermit ของกรมการจัดหางาน หรือที่สำนักงานจัดหางานในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่
  6. นำใบอนุญาตทำงานไปยื่นขออยู่ต่อในราชอาณาจักรที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่สิ้นสุด
  7. ขอ Re-entry Permit ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อรักษาสิทธิการอยู่ต่อที่เหลืออยู่
  8. รายงานตัวแจ้งที่พักอาศัยทุก 90 วันตามมาตรา 37 (5) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และให้เจ้าบ้านแจ้ง ตม. ภายใน 24 ชั่วโมงตามมาตรา 38
  9. กิจการ BOI ใช้ระบบ e-Expert ตามมาตรา 24 ถึง 26 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ผ่านศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะราย — ตรวจตัวบทที่ krisdika.go.th หลักเกณฑ์ใบอนุญาตทำงานที่ doe.go.th เงื่อนไขการตรวจลงตราที่ immigration.go.th และสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนที่ boi.go.th

คำแนะนำและข้อควรระวัง

  • วันหมดอายุของใบอนุญาตทำงานกับวันสิ้นสุดการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นคนละวัน ต้องติดตามทั้งสองใบพร้อมกัน
  • ห้ามเริ่มทำงานก่อนได้รับใบอนุญาต — การทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษปรับทั้งคนต่างด้าวและนายจ้างตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560
  • เปลี่ยนนายจ้าง ตำแหน่ง หรือสถานที่ทำงาน ต้องแจ้งหรือขออนุญาตต่อนายทะเบียนตามแบบและกำหนดเวลาที่ประกาศกำหนด
  • นายจ้างห้ามยึดหนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตทำงานของลูกจ้าง และห้ามผลักภาระค่าใช้จ่ายการนำเข้าแรงงาน MOU ให้ลูกจ้าง
  • ผู้ติดตามไม่มีสิทธิทำงานโดยอัตโนมัติ ต้องยื่นขอใบอนุญาตทำงานของตนเองโดยมีนายจ้างรองรับ
  • ตัวเลขค่าธรรมเนียม อัตราค่าปรับ และเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำมีการปรับปรุงเป็นระยะ — ตรวจประกาศฉบับล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

สอบถามขอบเขตงานและค่าบริการ — โทร 083-249-4999 · LINE @NYCLI · อีเมล nycli@ilc.ltd

คำถามที่เกี่ยวข้อง

ดูคลังคำถามทั้งหมด