ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

แจ้งอยู่เกิน 90 วัน (TM47) 2026: เอกสาร ขั้นตอน กรอบเวลา และข้อควรระวังฉบับใช้งานจริง

คู่มือฉบับที่ปรึกษาสำหรับงานแจ้งอยู่เกิน 90 วัน (TM47) — เอกสาร 6 กลุ่ม ขั้นตอน 7 ขั้น กรอบเวลา 4 ช่วง ข้อควรระวัง 6 ข้อ และตารางเปรียบเทียบทำเองกับให้ทีมงานดูแล

การเตรียมเอกสารยื่นขอวีซ่าพร้อมหนังสือเดินทาง — Preparing a visa application package with a passport
การเตรียมเอกสารยื่นขอวีซ่าพร้อมหนังสือเดินทาง

แจ้งอยู่เกิน 90 วัน (TM47) เหมาะกับใคร และควรเริ่มเมื่อไร

งานแจ้งอยู่เกิน 90 วัน (TM47)เป็นงานที่ผู้ใช้บริการมักเริ่มช้ากว่าที่ควร เพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ในวันเดียว ในทางปฏิบัติงานนี้เกี่ยวข้องกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และมีขั้นตอนที่ต้องรอผลจากบุคคลหรือหน่วยงานอื่นอยู่หลายจุด กลุ่มที่ควรใช้บริการนี้คือ ชาวต่างชาติที่พำนักต่อเนื่องในไทยเกิน 90 วันและต้องรายงานตัวตามกฎหมาย คำถามแรกที่ควรตอบให้ได้ก่อนลงมือคือ เอกสารชุดนี้จะถูกใช้กับใคร ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด และต้องใช้ภายในวันที่เท่าไร คำตอบสามข้อนี้เปลี่ยนรายการเอกสารและลำดับขั้นได้ทั้งชุด เพราะปลายทางแต่ละแห่งกำหนดรูปแบบเอกสาร อายุเอกสาร และรูปแบบคำรับรองไม่เหมือนกัน วิธีที่เราแนะนำกับลูกค้าเสมอคือให้เขียนวันที่ต้องใช้เอกสารลงบนกระดาษแผ่นเดียวกับรายการเอกสาร แล้วนับถอยหลังกลับมาเป็นวันที่ต้องเริ่ม เพราะคนส่วนใหญ่นับเวลาจากวันที่ยื่น ไม่ได้นับจากวันที่ต้องใช้จริง จึงเผื่อเวลาน้อยเกินไปเกือบทุกครั้ง อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือบุคคลที่ต้องลงนามหรือต้องปรากฏตัวด้วยตนเองในบางขั้น หากบุคคลนั้นเดินทางบ่อยหรืออยู่ต่างประเทศ ควรล็อกวันของบุคคลนั้นเป็นอันดับแรกแล้วจึงจัดคิวเอกสารรอบตัวเขา ไม่ใช่จัดคิวเอกสารก่อนแล้วค่อยตามหาคนมาลงนามภายหลัง ซึ่งเป็นสาเหตุของความล่าช้าที่พบบ่อยที่สุดในงานลักษณะนี้

เอกสารที่ต้องเตรียมทั้งหมด 6 กลุ่ม และเหตุผลที่ต้องใช้

ชุดเอกสารมาตรฐานของงานแจ้งอยู่เกิน 90 วัน (TM47)ประกอบด้วย หนังสือเดินทางฉบับจริงพร้อมสำเนาหน้าวีซ่า · บัตร ตม.6 หรือหลักฐานการเข้าเมือง · แบบ ตม.47 ที่กรอกครบถ้วน · ใบรับแจ้งครั้งก่อน (ถ้ามี) · หลักฐานที่พักอาศัยปัจจุบัน · หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้ผู้อื่นยื่นแทน เอกสารเหล่านี้ไม่ได้ถูกขอเพื่อความยุ่งยาก แต่ทำหน้าที่คนละส่วนกัน กลุ่มแรกยืนยันว่าใครเป็นผู้ขอ กลุ่มที่สองยืนยันว่าข้อเท็จจริงที่นำมาอ้างมีอยู่จริงและออกโดยผู้มีอำนาจ กลุ่มที่สามเชื่อมสองส่วนแรกเข้าด้วยกัน เช่น เอกสารแสดงความสัมพันธ์ การเปลี่ยนชื่อ หรือคำแปลที่มีผู้รับรองกำกับ เวลาที่เอกสารถูกตีกลับ สาเหตุมักไม่ใช่การขาดใบใดใบหนึ่ง แต่เป็นเพราะสามส่วนนี้เล่าเรื่องไม่ตรงกัน เช่น การสะกดชื่อภาษาอังกฤษต่างกันระหว่างหนังสือเดินทางเล่มเก่ากับเอกสารทะเบียนราษฎร หรือที่อยู่ในเอกสารหนึ่งไม่ตรงกับอีกฉบับ แนวปฏิบัติที่ใช้ได้ผลคือจัดเอกสารเป็นสามกอง กองที่หนึ่งคือฉบับจริง กองที่สองคือสำเนาที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้องแล้ว กองที่สามคือคำแปลและเอกสารประกอบ จากนั้นถ่ายภาพทั้งสามกองเก็บไว้ในโทรศัพท์ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ควรตรวจก่อนว่าเอกสารใดยอมรับการส่งทางไปรษณีย์หรือระบบออนไลน์ และเอกสารใดต้องนำไปแสดงด้วยตนเอง เพราะสองประเภทนี้ต้องวางแผนคนละแบบและกินเวลาไม่เท่ากัน

ขั้นตอนการดำเนินการ 7 ขั้น และรอยต่อที่มักติด

ลำดับขั้นที่ใช้จริงคือ 1) ตรวจกำหนดวันครบรอบ 90 วันจากใบรับแจ้งครั้งก่อน · 2) เลือกช่องทาง: ยื่นด้วยตนเอง ทางไปรษณีย์ หรือระบบออนไลน์ · 3) จัดเตรียมสำเนาหน้าหนังสือเดินทางที่จำเป็น · 4) ยื่นภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด · 5) เก็บใบรับแจ้งฉบับใหม่ไว้เป็นหลักฐาน · 6) บันทึกกำหนดรอบถัดไปในปฏิทิน · 7) ตรวจสอบความถูกต้องของที่อยู่ที่ระบุไว้ จุดที่ผู้ขอส่วนใหญ่ติดไม่ได้อยู่ที่ขั้นที่ยากที่สุด แต่อยู่ที่รอยต่อระหว่างขั้น เช่น ระหว่างการตรวจเอกสารกับการยื่นจริงที่อาจต้องมีการรับรองเพิ่มโดยไม่ได้ระบุไว้ชัดในประกาศ หรือระหว่างการยื่นกับการรับผลที่ต้องนำหลักฐานการยื่นฉบับจริงกลับมาแสดงอีกครั้ง วิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือถามให้ชัดตั้งแต่ขั้นแรกว่าเอกสารที่จะได้จากขั้นนี้ ปลายทางในขั้นถัดไปยอมรับในรูปแบบใด ฉบับจริง สำเนารับรอง หรือไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ และมีอายุการใช้งานกี่วัน คำตอบสองข้อนี้ตัดปัญหาการทำงานซ้ำได้เกือบทั้งหมด อีกเทคนิคที่เราใช้ในงานจริงคือทำงานคู่ขนานในขั้นที่ไม่ต้องรอกัน เช่น เริ่มงานแปลและจัดรูปแบบเอกสารระหว่างรอเอกสารต้นทางฉบับใหม่ แทนที่จะรอให้ครบทุกใบก่อนจึงเริ่ม ซึ่งช่วยย่นเวลารวมได้จริงโดยไม่กระทบความถูกต้อง ทั้งนี้ควรบันทึกเลขที่คำขอ วันที่ยื่น และชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องไว้ทุกครั้ง เพราะเมื่อเรื่องล่าช้ากว่ากำหนด ข้อมูลชุดนี้คือสิ่งเดียวที่ใช้ติดตามได้

กรอบเวลาที่ควรวางแผน (ช่วงเตรียมการ → ช่วงจัดทำและรับรองเอกสาร → ช่วงยื่นและพิจารณา → ช่วงรับผลและใช้งานต่อ)

กรอบเวลาของงานแจ้งอยู่เกิน 90 วัน (TM47)แบ่งได้เป็น 4 ช่วง คือ ช่วงเตรียมการ → ช่วงจัดทำและรับรองเอกสาร → ช่วงยื่นและพิจารณา → ช่วงรับผลและใช้งานต่อ ช่วงที่ควบคุมได้มากที่สุดคือช่วงเตรียมการ และเป็นช่วงที่ควรลงแรงมากที่สุด เพราะทุกนาทีที่ประหยัดได้ในช่วงนี้คือเวลาที่ได้คืนทั้งกระบวนการ ส่วนช่วงที่ควบคุมไม่ได้คือระยะเวลาพิจารณาของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งขึ้นกับปริมาณงานในระบบและความครบถ้วนของเอกสาร ตัวเลขที่หน่วยงานประกาศไว้มักเป็นเวลาที่ใช้เมื่อเอกสารครบถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก ไม่ได้รวมเวลาที่ใช้แก้เอกสารรอบสอง จึงควรเผื่อกันชนไว้อย่างน้อยหนึ่งถึงสองสัปดาห์สำหรับเรื่องที่มีกำหนดตายตัว เช่น วันนัดสัมภาษณ์ วันเดินทาง หรือวันโอนกรรมสิทธิ์ สำหรับผู้ที่มีกำหนดบีบมาก แนวทางที่ใช้ได้จริงคือแยกงานออกเป็นสองสาย สายแรกคือเอกสารที่ต้องขอออกใหม่และควบคุมเวลาไม่ได้ ให้เริ่มทันทีในวันนี้ สายที่สองคือเอกสารที่จัดทำเองได้ ให้ทำคู่ขนานไป และนัดรวมสองสายที่ขั้นตรวจก่อนยื่น วิธีนี้ลดเวลารวมได้มากกว่าการเร่งขั้นใดขั้นหนึ่งเป็นพิเศษ ข้อมูลกรอบเวลาข้างต้นเป็นแนวปฏิบัติทั่วไป ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการทุกครั้ง

ข้อควรระวัง 6 ข้อที่ทำให้งานตีกลับ

ความผิดพลาดที่พบซ้ำมากที่สุดในงานแจ้งอยู่เกิน 90 วัน (TM47)คือ ยื่นช้ากว่ากำหนดทำให้มีค่าปรับตามกฎหมาย · ที่อยู่ที่แจ้งไม่ตรงกับ TM30 · ยื่นออนไลน์ไม่สำเร็จแล้วเข้าใจว่าเสร็จสิ้นแล้ว · ยึดข้อมูลจากประสบการณ์ของคนอื่นโดยไม่ตรวจข้อกำหนดฉบับล่าสุดของหน่วยงาน · เริ่มขั้นตอนที่ย้อนกลับยากก่อนจะยืนยันรูปแบบที่ปลายทางรับได้ · ไม่เก็บสำเนาดิจิทัลของทุกฉบับ ทำให้ตรวจย้อนหลังหรือยื่นซ้ำได้ช้า สังเกตว่าเกือบทุกข้อไม่ใช่ความผิดพลาดทางกฎหมายที่ซับซ้อน แต่เป็นเรื่องความสอดคล้องของข้อมูลและจังหวะเวลา การแก้ไขจึงไม่ได้ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางเสมอไป แต่ต้องใช้ระบบตรวจที่รัดกุม เราแนะนำให้ทำเช็กลิสต์เดียวสำหรับทั้งเรื่อง ไล่ตรวจสี่หัวข้อทุกครั้งก่อนยื่น คือ ชื่อ-สกุลทุกภาษาสะกดตรงกันทุกฉบับหรือไม่ วันที่และเลขอ้างอิงตรงกันหรือไม่ เอกสารทุกฉบับยังอยู่ในอายุที่ปลายทางยอมรับหรือไม่ และรูปแบบคำรับรองตรงกับที่ปลายทางกำหนดหรือไม่ หากเคยถูกตีกลับมาแล้วหนึ่งรอบ อย่าเพิ่งแก้เฉพาะจุดที่ถูกทัก เพราะเจ้าหน้าที่มักหยุดตรวจทันทีที่พบข้อบกพร่องแรก จุดที่เหลือจึงยังไม่ได้ถูกตรวจและมักจะถูกทักในรอบถัดไป วิธีที่ถูกต้องคือไล่ตรวจใหม่ทั้งชุดโดยถือว่ายังไม่มีใครตรวจมาก่อน จุดนี้คือเหตุผลที่ลูกค้าจำนวนมากเลือกให้เราตรวจให้ก่อนยื่นรอบใหม่ แม้จะเดินเรื่องเองมาตลอด

ทำเองหรือให้ทีมงานดูแล เปรียบเทียบตามเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินใจจริง

เกณฑ์ที่ควรใช้เปรียบเทียบมี 5 ข้อ คือ ความรู้ข้อกำหนดล่าสุด · เวลาที่ต้องใช้ · ความเสี่ยงถูกตีกลับ · การประสานหลายหน่วยงาน · การติดตามผลและเอกสารสำรอง หากท่านอยู่ในพื้นที่ มีเวลาไปหน่วยงานได้ในเวลาราชการ เอกสารไม่ซับซ้อน และไม่มีกำหนดบีบ การดำเนินการเองเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลและประหยัดที่สุด เราจะแนะนำแบบนั้นตรง ๆ เมื่อประเมินแล้วเห็นว่าเป็นเช่นนั้นจริง แต่ถ้ามีเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ควรพิจารณาให้ทีมงานดูแล คือ ผู้ขออยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ มีกำหนดใช้เอกสารที่เลื่อนไม่ได้ เอกสารมีหลายฉบับหรือหลายภาษา เคยถูกตีกลับมาก่อน หรือมีขั้นตอนที่ต้องประสานหลายหน่วยงานต่อเนื่องกัน ทางเลือกที่สามซึ่งลูกค้าจำนวนมากเลือกคือแบบผสม ให้เราตรวจเอกสารและวางลำดับให้ก่อน แล้วท่านเดินเรื่องเองในขั้นที่ไปเองได้ เป็นทางที่คุมค่าใช้จ่ายและลดความเสี่ยงไปพร้อมกัน สิ่งที่เรารับปากได้คือความครบถ้วนของเอกสารตามเช็กลิสต์ การตรวจก่อนยื่นทุกครั้ง และการรายงานความคืบหน้า ส่วนผลการพิจารณาเป็นอำนาจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงไม่มีผู้ให้บริการรายใดรับประกันผลได้

งานที่มักทำต่อเนื่องกัน และวิธีรวบให้จบในรอบเดียว

ในทางปฏิบัติ งานแจ้งอยู่เกิน 90 วัน (TM47)มักไม่ได้มาลำพัง ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องใช้งานที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องอีกอย่างน้อยหนึ่งรายการภายในไม่กี่สัปดาห์ เช่น งานแปลและรับรองคำแปล งานรับรองลายมือชื่อโดยทนาย Notary งานรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล หรืองานยื่นต่อสถานทูตปลายทาง ผลเสียของการแยกทำทีละงานคือเอกสารชุดเดียวกันถูกจัดใหม่หลายรอบ และมักพบว่ารูปแบบที่ปลายทางถัดไปต้องการไม่ตรงกับที่ทำไว้ในรอบก่อน ทำให้ต้องย้อนกลับไปเริ่มใหม่ วิธีที่ประหยัดกว่าคือวางแผนทั้งสายงานตั้งแต่ต้น ระบุให้ชัดว่าปลายทางสุดท้ายคือใคร แล้วออกแบบเอกสารย้อนกลับมาจากปลายทางนั้น ซึ่งเป็นวิธีที่เราใช้กับทุกเคส เพราะช่วยลดจำนวนรอบการรับรองและลดค่าใช้จ่ายรวมได้จริง หากไม่แน่ใจว่าเรื่องของท่านต้องต่อด้วยงานใด ส่งรายละเอียดเข้ามาให้ประเมินก่อนได้ เราจะสรุปเป็นแผนผังลำดับงานให้เห็นทั้งเส้นทางก่อนตัดสินใจ เราอธิบายทางเลือกพร้อมข้อดีข้อเสียให้เห็นก่อน แล้วให้คุณเป็นผู้เลือกแนวทางที่เหมาะกับกรอบเวลาและงบประมาณ

สรุปสิ่งที่ควรทำต่อจากนี้

สรุปสั้น ๆ สำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มงานแจ้งอยู่เกิน 90 วัน (TM47) ให้ทำสามอย่างในวันนี้ หนึ่ง เขียนวันที่ต้องใช้เอกสารและนับถอยหลังตามกรอบเวลาข้างต้นบวกกันชนหนึ่งถึงสองสัปดาห์ เพื่อให้ได้วันที่ต้องเริ่มลงมือจริง สอง ไล่ตรวจเอกสารทั้ง 6 กลุ่มว่ามีครบหรือไม่ ใบใดที่ต้องขอออกใหม่ให้เริ่มขอทันที เพราะเป็นส่วนที่กินเวลามากที่สุดและควบคุมได้น้อยที่สุด สาม เลือกแนวทางดำเนินการระหว่างทำเอง แบบผสม หรือให้ทีมงานดำเนินการแทน โดยพิจารณาจากความบีบของเวลา ความซับซ้อนของเอกสาร และระยะทางเป็นหลัก ถ้ามีกำหนดเวลาบีบ เราวางลำดับงานแบบคู่ขนานให้เห็นภาพก่อนตัดสินใจ หากต้องการให้ประเมินก่อน ส่งภาพเอกสารที่มีอยู่และแจ้งกำหนดวันที่ต้องใช้เข้ามาได้ทาง LINE หรือโทรศัพท์ ทีมงานจะตอบกลับพร้อมสรุปว่าต้องเตรียมอะไรเพิ่ม ใช้เวลาประมาณเท่าไร และควรเริ่มขั้นใดก่อน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมินเบื้องต้น ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวปฏิบัติทั่วไป ณ เดือนสิงหาคม 2026 โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ

ปรึกษาก่อนเริ่ม

ทีมงาน NYC Legal & Notary Service ทำงานสายเอกสาร นิติกรรม กงสุล และวีซ่ามากกว่า 15 ปี และมีทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) อยู่ในทีม บทบาทที่เรายึดคือการเป็นที่ปรึกษาตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่เพียงผู้รับจ้างเดินเอกสาร เราจะประเมินให้ก่อนว่าเอกสารที่มีอยู่พอหรือไม่ ควรเดินเส้นทางใด ลำดับก่อนหลังควรเป็นอย่างไร และมีทางเลือกใดที่ย่นเวลาได้จริง หากประเมินแล้วเห็นว่าท่านทำเองได้และไม่คุ้มที่จะจ้าง เราจะบอกตรง ๆ พร้อมสรุปลำดับขั้นให้นำไปใช้เอง แต่ถ้าไม่อยากยุ่งยากกับการเดินหลายหน่วยงาน เรารับดูแลให้ครบทั้งสายงานตั้งแต่ตรวจเอกสารจนถึงส่งมอบผลลัพธ์

คำถามที่พบบ่อย

แจ้งอยู่เกิน 90 วัน (TM47) ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

ชุดเอกสารหลักคือ หนังสือเดินทางฉบับจริงพร้อมสำเนาหน้าวีซ่า · บัตร ตม.6 หรือหลักฐานการเข้าเมือง · แบบ ตม.47 ที่กรอกครบถ้วน · ใบรับแจ้งครั้งก่อน (ถ้ามี) และเอกสารประกอบอื่นตามกรณี ทั้งนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอาจขอเอกสารเพิ่มเติมตามข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง จึงควรตรวจรายการกับปลายทางก่อนเริ่มดำเนินการ

แจ้งอยู่เกิน 90 วัน (TM47) มีขั้นตอนอย่างไร

โดยทั่วไปมี 7 ขั้น เริ่มจากตรวจกำหนดวันครบรอบ 90 วันจากใบรับแจ้งครั้งก่อน ไปจนถึงตรวจสอบความถูกต้องของที่อยู่ที่ระบุไว้ แต่ละขั้นควรตรวจความสอดคล้องของข้อมูลก่อนไปต่อ เพื่อลดโอกาสย้อนกลับมาแก้ในขั้นปลาย

ใช้เวลานานเท่าไร

กรอบเวลาขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสาร คิวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละกรณี เราจะประเมินกรอบเวลาให้หลังดูเอกสารจริง และแจ้งจุดที่ควบคุมไม่ได้ให้ทราบล่วงหน้าอย่างตรงไปตรงมา

ต้องไปดำเนินการด้วยตนเองหรือไม่

บางขั้นตอนกฎหมายกำหนดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องแสดงตน แต่หลายขั้นสามารถมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนได้ เราจะระบุให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าขั้นใดต้องไปเอง เพื่อให้วางแผนเดินทางได้

ถ้าเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศต้องทำอย่างไร

ต้องจัดทำคำแปลและรับรองตามรูปแบบที่ปลายทางกำหนด ซึ่งอาจต้องผ่านการรับรองคำแปล นิติกรณ์กรมการกงสุล หรือสถานทูต ตามลำดับ เราจะระบุลำดับชั้นการรับรองที่ต้องใช้ให้ก่อนเริ่มงาน

ค่าใช้จ่ายเท่าไร

ค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นค่าธรรมเนียมราชการซึ่งเป็นไปตามอัตราของหน่วยงาน กับค่าบริการดำเนินการ เราจะเสนอกรอบค่าใช้จ่ายเป็นลายลักษณ์อักษรหลังตรวจเอกสารจริง เพื่อไม่ให้มีรายการเพิ่มโดยไม่แจ้งล่วงหน้า

เคยถูกตีกลับมาก่อน ควรเริ่มอย่างไร

ส่งเอกสารที่เคยยื่นและข้อความที่ปลายทางแจ้งกลับมาให้ทีมงานดูก่อน เราจะไล่หาสาเหตุที่แท้จริง เช่น รูปแบบการรับรอง อายุเอกสาร หรือความไม่ตรงกันของข้อมูล แล้วออกแบบลำดับยื่นรอบใหม่

อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ใช้บริการได้ไหม

ได้ เราทำงานกับลูกค้าทั่วประเทศและต่างประเทศเป็นปกติ โดยรับเอกสารทางดิจิทัลเพื่อตรวจก่อน แล้วจัดส่งฉบับจริงตามขั้นตอน พร้อมแจ้งจุดที่ต้องลงนามต่อหน้าผู้มีอำนาจรับรอง

งานแจ้งอยู่เกิน 90 วัน (TM47)ให้ทีมงานดำเนินการแทนได้ทั้งหมดหรือไม่

ดำเนินการแทนได้เกือบทั้งกระบวนการ ยกเว้นขั้นที่กฎหมายหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนดให้ผู้ขอต้องลงนามหรือแสดงตนด้วยตนเอง ซึ่งเราจะแจ้งล่วงหน้าตั้งแต่ประเมินงาน พร้อมนัดวันให้ตรงกับคิวของหน่วยงานเพื่อไม่ให้ต้องเดินทางหลายรอบ

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าต้องใช้บริการไหน ปรึกษาก่อนได้ไหม

ปรึกษาก่อนได้ ทีมงานประเมินเบื้องต้นจากภาพเอกสารและกำหนดวันที่ต้องใช้ แล้วสรุปให้ว่าควรเดินเส้นทางใด ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม และควรเริ่มเมื่อไร หากประเมินแล้วท่านทำเองได้ เราจะสรุปลำดับขั้นให้นำไปใช้เอง