1. อนุญาโตตุลาการกับฟ้องศาลต่างกันอย่างไร
คำตอบสำหรับ “อนุญาโตตุลาการกับฟ้องศาลต่างกันอย่างไร” คือ พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ม.11 รองรับสัญญาอนุญาโตตุลาการที่ทำเป็นหนังสือ ม.14 กำหนดว่าเมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฟ้องคดีต่อศาลโดยมิได้ปฏิบัติตามสัญญาอนุญาโตตุลาการ อีกฝ่ายอาจยื่นคำร้องให้ศาลจำหน่ายคดีเพื่อไปดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ ม.41 กำหนดให้คำชี้ขาดผูกพันคู่พิพาทและบังคับได้โดยยื่นคำร้องต่อศาล และ ม.40 จำกัดเหตุเพิกถอนคำชี้ขาดไว้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนด ส่วนคำชี้ขาดที่ทำในต่างประเทศบังคับในไทยได้ตาม ม.42–43 ภายใต้อนุสัญญานิวยอร์ก ค.ศ. 1958. ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไปตามบทบัญญัติที่บังคับใช้ ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะเรื่องและไม่ใช่คำพิพากษาของศาล ผลของข้อสัญญาขึ้นกับข้อเท็จจริงและถ้อยคำที่ใช้จริง โปรดให้ทนายความตรวจร่างฉบับจริงก่อนลงนาม อายุการยอมรับของเอกสารบางประเภทถูกกำหนดโดยหน่วยงานปลายทาง จึงควรยื่นภายในกรอบเวลาที่หน่วยงานนั้นระบุ ต้องการตรวจสอบเอกสารที่ต้องเตรียม ติดต่อทีมงานทางโทรศัพท์ LINE @nycli หรืออีเมล
2. สถาบันอนุญาโตตุลาการในไทยมีที่ใดบ้าง
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนดำเนินการเรื่อง “สถาบันอนุญาโตตุลาการในไทยมีที่ใดบ้าง”: สถาบันหลักในประเทศไทย ได้แก่ สถาบันอนุญาโตตุลาการ (Thailand Arbitration Center — THAC) ซึ่งจัดตั้งตาม พ.ร.บ.สถาบันอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2550 และสำนักงานศาลยุติธรรมซึ่งมีสถาบันอนุญาโตตุลาการภายใต้สำนักระงับข้อพิพาท ส่วนธุรกรรมข้ามชาติในภูมิภาคนิยมกำหนดที่ตั้งอนุญาโตตุลาการที่สิงคโปร์ (SIAC) หรือฮ่องกง (HKIAC) การเลือกสถาบันควรระบุชื่อสถาบัน ข้อบังคับที่ใช้ ที่ตั้ง (seat) ภาษา และจำนวนอนุญาโตตุลาการให้ครบ เพื่อไม่ให้ข้อสัญญาตกเป็นข้อสัญญาที่ปฏิบัติไม่ได้. ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไปตามบทบัญญัติที่บังคับใช้ ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะเรื่องและไม่ใช่คำพิพากษาของศาล ผลของข้อสัญญาขึ้นกับข้อเท็จจริงและถ้อยคำที่ใช้จริง โปรดให้ทนายความตรวจร่างฉบับจริงก่อนลงนาม เอกสารที่ออกจากต่างประเทศส่วนใหญ่ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทางก่อน จึงจะนำมาใช้กับหน่วยงานไทยได้ ส่งภาพเอกสารมาให้เจ้าหน้าที่ประเมินขั้นตอนก่อนได้ทาง LINE @nycli หรืออีเมล
3. สัญญาประนีประนอมยอมความมีผลอย่างไร
กรณี “สัญญาประนีประนอมยอมความมีผลอย่างไร” มีแนวปฏิบัติดังนี้: ป.พ.พ. ม.850 นิยามสัญญาประนีประนอมยอมความว่าสัญญาซึ่งผู้เป็นคู่กรณีทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน ม.851 กำหนดว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ และ ม.852 กำหนดผลว่าทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้นว่าเป็นของตน หากทำในศาลและศาลพิพากษาตามยอม ก็บังคับคดีได้ทันทีเมื่อผิดนัด. ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไปตามบทบัญญัติที่บังคับใช้ ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะเรื่องและไม่ใช่คำพิพากษาของศาล ผลของข้อสัญญาขึ้นกับข้อเท็จจริงและถ้อยคำที่ใช้จริง โปรดให้ทนายความตรวจร่างฉบับจริงก่อนลงนาม หากเอกสารจะใช้ต่อในหลายหน่วยงาน ควรวางลำดับขั้นการรับรองให้ครบตั้งแต่ต้น จะประหยัดรอบการเดินเรื่อง ส่งภาพเอกสารมาให้เจ้าหน้าที่ประเมินขั้นตอนก่อนได้ทาง LINE @nycli หรืออีเมล
อนุญาโตตุลาการกับฟ้องศาลต่างกันอย่างไร คำตอบสำหรับ “อนุญาโตตุลาการกับฟ้องศาลต่างกันอย่างไร” คือ พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ม.11 รองรับสัญญาอนุญาโตตุลาการที่ทำเป็นหนังสือ ม.14 กำหนดว่าเมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฟ้องคดีต่อศาลโดยมิได้ปฏิบัติตามสัญญาอนุญาโตตุลาการ อีกฝ่ายอาจยื่นคำร้องให้ศาลจำหน่ายคดีเพื่อไปดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ ม.41 กำหนดให้คำชี้ขาดผูกพันคู่พิพาทและบังคับได้โดยยื่นคำร้องต่อศาล และ ม.40 จำกัดเหตุเพิกถ
ขั้นตอนขอคำปรึกษาเรื่องDispute Resolution (การร่างและตรวจสัญญา)
- ขั้นที่ 1ส่งเอกสารให้ตรวจ
ส่งไฟล์หรือรูปเอกสารทาง LINE/อีเมล ทีมงานตรวจความถูกต้องให้ก่อนเริ่มงาน
- ขั้นที่ 2ยืนยันขอบเขตงานและระยะเวลา
แจ้งขั้นตอน เอกสารที่ต้องใช้ และกรอบเวลาที่ชัดเจนก่อนดำเนินการ
- ขั้นที่ 3ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ
ทนายผู้ทำคำรับรอง/นักแปลรับรองดำเนินการตามระเบียบของหน่วยงานปลายทาง
- ขั้นที่ 4ตรวจสอบและส่งมอบ
ตรวจคุณภาพก่อนส่ง รับที่สำนักงาน นัดพบใกล้ BTS/MRT หรือจัดส่งทั่วประเทศ