ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Embassy Dual Legalisation

การรับรองเอกสารกงสุลและสถานทูต กรณีคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ ต้องแปลเอกสารหรือไม่ และใครแปลได้

สรุปตรงคำถาม “การรับรองเอกสารกงสุลและสถานทูต กรณีคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ ต้องแปลเอกสารหรือไม่ และใครแปลได้”: ถ้าปลายทางกำหนดภาษาอื่น ต้องมีฉบับแปลที่ผู้รับปลายทางยอมรับ และเนื้อหาต้องตรงกับต้นฉบับทุกจุด รวมถึงเลขที่และวันที่ สำหรับกรณีนี้ ผู้ยื่นอยู่ต่างประเทศจึงต้องใช้หนังสือมอบอำนาจที่ผ่านการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยก่อนส่งกลับมาดำเนินการในไทย แนวปฏิบัติเฉพาะเรื่องการรับรองเอกสารกงสุลและสถานทูตดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า /services/embassy ซึ่งอธิบายเอกสาร ขั้นตอน และกรอบเวลาไว้ครบถ้วน. ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยของหน่วยงานรัฐ และไม่รับประกันผลการพิจารณา โปรดยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานที่รับเรื่อง

ขั้นตอนรับรองนิติกรณ์เอกสาร (กรมการกงสุล → สถานทูต / Apostille)

  1. ส่งไฟล์สแกน/ภาพถ่ายเอกสารทาง LINE @NYCLI พร้อมแจ้งประเทศ/หน่วยงานปลายทาง วัตถุประสงค์การใช้ และจำนวนฉบับ
  2. ตรวจสายทางรับรองที่ถูกต้อง — ปลายทางเป็นประเทศภาคีอนุสัญญา Apostille จบที่กรมการกงสุล ส่วนประเทศที่ไม่ใช่ภาคี (หรือหน่วยงานปลายทางที่ยังกำหนดเพิ่ม) ต้องรับรองซ้อนที่สถานทูตประจำประเทศไทยอีกชั้น
  3. เตรียมต้นทาง: คัดเอกสารราชการฉบับล่าสุดจากหน่วยงานผู้ออก หรือให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ (Notary Public / NSA) รับรองเอกสารที่ออกโดยเอกชน แล้วแปลโดยผู้แปลที่กรมการกงสุลรับ
  4. ยื่นกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) แบบปกติหรือด่วน ติดตามสถานะรายวัน และจัดส่งฉบับจริงคืนตามที่อยู่ที่แจ้ง

หมายเหตุความถูกต้อง: ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยมีผลบังคับใช้ 2 ธันวาคม 2025 · ค่าธรรมเนียมราชการ ระยะเวลาพิจารณา อายุเอกสารที่รับ และเงื่อนไขการนัดหมายของแต่ละสถานทูต อาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือหน่วยงาน/สถานทูตปลายทางก่อนดำเนินการทุกครั้ง

หน้าบริการที่เกี่ยวข้องโดยตรง

รายละเอียดประเภทเอกสาร ประเทศปลายทาง และขั้นตอน: /services/embassy