Russia → 🇹🇭 · Apostille
บริการนำเอกสารรัสเซียมาใช้ในประเทศไทย
แปลเอกสารจากรัสเซียเป็นภาษาไทย + รับรองผ่านทนายความ Notary + กงสุลไทย (MFA) เพื่อใช้จดทะเบียนสมรส ยื่นวีซ่า สมัครงาน เรียนต่อ ทำธุรกิจ หรือดำเนินการทางกฎหมายในประเทศไทย
คำตอบสั้น (Atomic Answer)
Translate & authenticate Russia documents for use in Thailand Russia เข้าร่วม Hague Apostille Convention 1961 ตั้งแต่ปี 1992 — เอกสารต้องมี Apostille จาก Ministry of Justice / Regional Notary Chambers หลังผ่านการรับรองที่กรมการกงสุลไทย (MFA) เริ่มต้น 3,800 บาท/ชุด · ระยะเวลา 4–8 วันทำการ
ภาพรวมบริการ
รัสเซีย (Russia) เมืองหลวงMoscow อยู่ในภูมิภาคยุโรป มีภาษาราชการ RU และมีสถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงเทพมหานคร
NYC Legal Institute ให้บริการโดยทีมทนายความ Notary Public ผู้ได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความแห่งประเทศไทย ร่วมกับนักแปล NAATI (สำหรับออสเตรเลีย), MoJ Certified (สำหรับใช้ในไทย) และ Sworn Translator ประจำแต่ละประเทศปลายทาง — ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นทาง (จัดเตรียมเอกสาร คัดสำเนา แปล) จนถึงปลายทาง (นำไปรับรอง MFA + สถานทูต + ส่ง DHL/FedEx ทั่วโลก) ในบริการเดียว
ขั้นตอนการดำเนินงาน
ขั้นที่ 1 — Consultation ฟรี (ทาง LINE/โทร) ประเมินเอกสารและกำหนด scope งาน
ขั้นที่ 2 — Quotation & Timeline ยืนยันราคาและระยะเวลาเป็นลายลักษณ์อักษร
ขั้นที่ 3 — ดำเนินการ ทีมงาน NYC ดำเนินการทุกขั้นตอนตั้งแต่แปล-รับรอง-จัดส่ง
ขั้นที่ 4 — Quality Check เอกสารทุกฉบับผ่านการตรวจ 2 ระดับ (นักแปล + ทนาย)
ขั้นที่ 5 — ส่งมอบและติดตามผล พร้อมรับประกันการยอมรับจากปลายทาง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ราคาเท่าไร?
A: เริ่มต้น 3,800 บาท
Q: ใช้เวลากี่วัน?
A: 4–8 วันทำการ
Q: ต้องเตรียมเอกสารอะไร?
A: แจ้ง Line ให้ทีมประเมินฟรี
Q: บริการรับส่งไหม?
A: รับส่งฟรีในกรุงเทพ/ปริมณฑล · ต่างจังหวัดใช้ Kerry/Flash
Q: ถ้าปลายทางไม่รับเอกสารทำอย่างไร?
A: การยอมรับเป็นดุลพินิจของหน่วยงานปลายทาง — หากเกิดจากความผิดพลาดของงานเรา เราแก้ไขและจัดทำใหม่ให้โดยไม่คิดค่าบริการ
เนื้อหาในหน้านี้ประมาณ 147 คำ · เรียบเรียงโดยทีมทนายและนักแปลของ NYC Legal Institute · อัปเดตล่าสุด กันยายน 2569
สิ่งที่ควรรู้ก่อนยื่นรับรองเอกสาร — นำเอกสารจากรัสเซียมาใช้ในประเทศไทย
งาน “นิติกรณ์เอกสาร” คือการรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสาร ไม่ใช่การรับรองเนื้อหาภายในเอกสาร ผู้รับผิดชอบในประเทศไทยคือกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศลำดับงานมาตรฐานคือ ต้นฉบับ/คัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก → แปลเป็นภาษาปลายทาง (หากจำเป็น) → ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → จากนั้นจึงเป็น Apostille หรือรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทาง แล้วแต่กรณี กรณีเอกสารต้นทางใช้ Apostille ได้ ควรยืนยันข้อกำหนดกับหน่วยงานผู้รับก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
เอกสารที่ออกในต่างประเทศและจะนำมาใช้ในไทย ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศผู้ออกเอกสาร (Apostille หรือกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้น) และ/หรือสถานทูตของประเทศนั้นในไทย ก่อนแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล สำหรับ นำเอกสารจากรัสเซียมาใช้ในประเทศไทย จุดที่ทำให้งานล่าช้าบ่อยที่สุดคือเอกสารต้นทางไม่ใช่ฉบับคัดรับรองใหม่ ชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษไม่ตรงหนังสือเดินทาง และคำแปลตกตราประทับ/ข้อความด้านหลังเอกสาร
ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญา Hague Apostille โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 2 ธันวาคม 2568 ผู้ออก Apostille คือกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (ข้อมูล ณ 2026-07-29 โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ)
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลา (อ้างอิงหน่วยงาน)
- ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ (รับรองเอกสาร/คำแปล) กรมการกงสุล: 200 บาท ต่อตราประทับ (ด่วน 400 บาท) · ปกติ 2–3 วันทำการ · ด่วน 1 วันทำการ — กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- ค่าธรรมเนียม Apostille (ไทย): 200 บาท ต่อฉบับ (ด่วน 400 บาท) · ปกติ 2–3 วันทำการ · ด่วน 1 วันทำการ — กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (มีผล 2 ธันวาคม 2568)
- ค่าธรรมเนียมสถานทูตปลายทาง (กรณีต้องรับรองซ้ำ) เป็นไปตามอัตราของแต่ละสถานทูต และมักต้องนัดหมายล่วงหน้า
- ค่าธรรมเนียมคิดต่อตราประทับ/ต่อฉบับ เอกสารชุดเดียวกันหลายฉบับจึงคิดแยกฉบับ
ค่าธรรมเนียมราชการอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ
เช็กลิสต์ก่อนยื่น — ลดโอกาสถูกตีกลับ
- เอกสารทะเบียนราษฎรควรเป็นฉบับคัดรับรองใหม่จากสำนักทะเบียน ไม่ใช่สำเนาถ่ายเก่า
- เอกสารการศึกษาต้องผ่านการรับรองจากสถานศึกษา/ต้นสังกัดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนนิติกรณ์
- เอกสารบริษัทควรคัดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่เกินอายุที่ปลายทางกำหนด (มักไม่เกิน 3–6 เดือน)
- สะกดชื่อบุคคลและชื่อนิติบุคคลภาษาอังกฤษให้ตรงกับหนังสือเดินทาง/หนังสือรับรองทุกจุด
- ตรวจว่าประเทศปลายทางต้องการ Apostille หรือรับรองสถานทูต ก่อนจ่ายค่าธรรมเนียมขั้นถัดไป
คำถามที่พบบ่อย — นำเอกสารจากรัสเซียมาใช้ในประเทศไทย
รับรองเอกสารคำขอรับมรดก หรือผู้จัดการมรดกต่างชาติในไทย
คำตอบสำหรับ “รับรองเอกสารคำขอรับมรดก หรือผู้จัดการมรดกต่างชาติในไทย” คือ เอกสารบุคคล (สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ใบหย่า ใบเปลี่ยนชื่อ ใบโสด มรณบัตร ใบขับขี่ ใบรับรองแพทย์ ใบตรวจประวัติอาชญากรรม) ต้องคัดสำเนาที่เขตหรืออำเภอออกให้ไม่เกิน 3–6 เดือน แล้วแปลเป็นอังกฤษโดยนักแปลที่กงสุลยอมรับ ก่อนยื่นรับรองนิติกรณ์ · NYC จัดการคัดเอกสาร–แปล–ยื่นให้ครบในขั้นตอนเดียว เอกสารที่ออกจากต่างประเทศส่วนใหญ่ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทางก่อน จึงจะนำมาใช้กับหน่วยงานไทยได้ ส่งภาพเอกสารมาให้เจ้าหน้าที่ประเมินขั้นตอนก่อนได้ทาง LINE @nycli หรืออีเมล
รับรองเอกสารรับรองที่อยู่จากต่างประเทศ (Proof of Address)
กรณี “รับรองเอกสารรับรองที่อยู่จากต่างประเทศ (Proof of Address)” มีแนวปฏิบัติดังนี้: เอกสารต่างประเทศที่จะใช้ในไทย ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทาง (Apostille หรือ MFA ของประเทศนั้น) และรับรองโดยสถานทูตไทยในประเทศนั้น จากนั้นนำเข้าไทยเพื่อแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลอีกครั้ง · NYC รับดำเนินการขั้นตอนในไทยให้ครบ อายุการยอมรับของเอกสารบางประเภทถูกกำหนดโดยหน่วยงานปลายทาง จึงควรยื่นภายในกรอบเวลาที่หน่วยงานนั้นระบุ สอบถามรายละเอียดและกรอบเวลาของเคสคุณได้ทางโทรศัพท์ LINE @nycli หรืออีเมล
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการรับรองเอกสารจากต่างประเทศมาไทย
คำตอบสำหรับ “ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการรับรองเอกสารจากต่างประเทศมาไทย” คือ เอกสารต่างประเทศที่จะใช้ในไทย ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทาง (Apostille หรือ MFA ของประเทศนั้น) และรับรองโดยสถานทูตไทยในประเทศนั้น จากนั้นนำเข้าไทยเพื่อแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลอีกครั้ง · NYC รับดำเนินการขั้นตอนในไทยให้ครบ ก่อนเริ่มงานจะตรวจความครบถ้วนของเอกสารต้นฉบับทุกครั้ง เพื่อลดโอกาสถูกตีกลับจากหน่วยงานปลายทาง สอบถามรายละเอียดและกรอบเวลาของเคสคุณได้ทางโทรศัพท์ LINE @nycli หรืออีเมล
วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายในการรับรองเอกสารหลายฉบับจากต่างประเทศ
คำตอบสำหรับ “วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายในการรับรองเอกสารหลายฉบับจากต่างประเทศ” คือ เอกสารต่างประเทศที่จะใช้ในไทย ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทาง (Apostille หรือ MFA ของประเทศนั้น) และรับรองโดยสถานทูตไทยในประเทศนั้น จากนั้นนำเข้าไทยเพื่อแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลอีกครั้ง · NYC รับดำเนินการขั้นตอนในไทยให้ครบ ก่อนเริ่มงานจะตรวจความครบถ้วนของเอกสารต้นฉบับทุกครั้ง เพื่อลดโอกาสถูกตีกลับจากหน่วยงานปลายทาง ส่งภาพเอกสารมาให้เจ้าหน้าที่ประเมินขั้นตอนก่อนได้ทาง LINE @nycli หรืออีเมล
วิธีเช็คสถานะการรับรองเอกสารต่างประเทศกับกระทรวงต่างประเทศ
คำตอบสำหรับ “วิธีเช็คสถานะการรับรองเอกสารต่างประเทศกับกระทรวงต่างประเทศ” คือ เอกสารต่างประเทศที่จะใช้ในไทย ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทาง (Apostille หรือ MFA ของประเทศนั้น) และรับรองโดยสถานทูตไทยในประเทศนั้น จากนั้นนำเข้าไทยเพื่อแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลอีกครั้ง · NYC รับดำเนินการขั้นตอนในไทยให้ครบ กรอบเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง จึงแจ้งเป็นช่วงเวลาเสมอ ไม่ใช่การรับประกันผล ต้องการตรวจสอบเอกสารที่ต้องเตรียม ติดต่อทีมงานทางโทรศัพท์ LINE @nycli หรืออีเมล
กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับการรับรองเอกสารต่างประเทศ 2569
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนดำเนินการเรื่อง “กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับการรับรองเอกสารต่างประเทศ 2569”: เอกสารต่างประเทศที่จะใช้ในไทย ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทาง (Apostille หรือ MFA ของประเทศนั้น) และรับรองโดยสถานทูตไทยในประเทศนั้น จากนั้นนำเข้าไทยเพื่อแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลอีกครั้ง · NYC รับดำเนินการขั้นตอนในไทยให้ครบ ก่อนเริ่มงานจะตรวจความครบถ้วนของเอกสารต้นฉบับทุกครั้ง เพื่อลดโอกาสถูกตีกลับจากหน่วยงานปลายทาง ส่งภาพเอกสารมาให้เจ้าหน้าที่ประเมินขั้นตอนก่อนได้ทาง LINE @nycli หรืออีเมล
บริการตัวแทนมอบอำนาจรับรองเอกสารต่างประเทศแบบเบ็ดเสร็จ
กรณี “บริการตัวแทนมอบอำนาจรับรองเอกสารต่างประเทศแบบเบ็ดเสร็จ” มีแนวปฏิบัติดังนี้: เอกสารต่างประเทศที่จะใช้ในไทย ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทาง (Apostille หรือ MFA ของประเทศนั้น) และรับรองโดยสถานทูตไทยในประเทศนั้น จากนั้นนำเข้าไทยเพื่อแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลอีกครั้ง · NYC รับดำเนินการขั้นตอนในไทยให้ครบ หากเอกสารจะใช้ต่อในหลายหน่วยงาน ควรวางลำดับขั้นการรับรองให้ครบตั้งแต่ต้น จะประหยัดรอบการเดินเรื่อง ปรึกษาเจ้าหน้าที่เพื่อจัดลำดับขั้นการรับรองให้ตรงกับหน่วยงานปลายทาง ทางโทรศัพท์ LINE @nycli หรืออีเมล
การรับรองเอกสารกงสุลและสถานทูต กรณีคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ ต้องยื่นที่หน่วยงานใด
สรุปตรงคำถาม “การรับรองเอกสารกงสุลและสถานทูต กรณีคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ ต้องยื่นที่หน่วยงานใด”: ต้องยื่นต่อหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายในเรื่องนั้นโดยตรง การยื่นผิดหน่วยงานทำให้เสียเวลารอบใหม่ทั้งกระบวนการ สำหรับกรณีนี้ ผู้ยื่นอยู่ต่างประเทศจึงต้องใช้หนังสือมอบอำนาจที่ผ่านการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยก่อนส่งกลับมาดำเนินการในไทย แนวปฏิบัติเฉพาะเรื่องการรับรองเอกสารกงสุลและสถานทูตดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า /services/consular-outbound ซึ่งอธิบายเอกสาร ขั้นตอน และกรอบเวลาไว้ครบถ้วน. ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยของหน่วยงานรัฐ และไม่รับประกันผลการพิจารณา โปรดยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานที่รับเรื่อง
ดูคำถามงานรับรองกงสุลทั้งหมด → คู่มือ FAQ รับรองกงสุล/นิติกรณ์ (10 คลัสเตอร์)
แหล่งอ้างอิง
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — consular.mfa.go.th (นิติกรณ์เอกสารและการรับรองคำแปล)
- HCCH — สถานะภาคีอนุสัญญา Apostille: hcch.net status table
ตรวจทานข้อมูลล่าสุด: 2026-07-29
ต้องการคำตอบแบบเจาะทีละคำถาม ดูได้ที่ คลังคำถามงานรับรองกงสุลรายข้อ
รับรองเอกสารเข้าประเทศไทย — รับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบโดย NYC Legal & Notary Service Co., Ltd. โดยผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานกับกรมการกงสุลและสถานทูตเป็นประจำทุกสัปดาห์ ครอบคลุมทั่วประเทศไทยและเอกสารที่ต้องใช้ในต่างประเทศ ทั้งขั้นตอน Notary, รับรองกรมการกงสุล, Apostille และการยื่นสถานทูตปลายทาง แจ้งสถานะทุกขั้นตอน ตั้งแต่ตรวจเอกสารจนถึงวันรับงาน ส่งเอกสารตรวจฟรีทาง LINE @NYCLI หรือโทร 083-249-4999 เพื่อประเมินขั้นตอนและค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มงาน
ขั้นตอนการใช้บริการ: รับรองเอกสารเข้าประเทศไทย
- ขั้นที่ 1ส่งเอกสารให้ตรวจฟรี
ส่งไฟล์หรือรูปถ่ายเอกสารทาง LINE @NYCLI ทีมงานตรวจความครบถ้วนสำหรับงานรับรองเอกสารเข้าประเทศไทยก่อนเริ่ม
- ขั้นที่ 2รับใบเสนอราคาและกรอบเวลา
แจ้งขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม ค่าใช้จ่าย และวันรับงานอย่างชัดเจนก่อนยืนยัน
- ขั้นที่ 3ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ
ทนายผู้ทำคำรับรอง/นักแปลรับรองดำเนินงานตามระเบียบของหน่วยงานปลายทาง
- ขั้นที่ 4ตรวจคุณภาพและส่งมอบ
ตรวจสอบก่อนส่งมอบ รับที่สำนักงาน นัดพบใกล้ BTS/MRT หรือจัดส่งทั่วประเทศ/ต่างประเทศ
คำถามที่พบบ่อย
รับรองเอกสารเข้าประเทศไทย ใช้เวลากี่วัน?
งานมาตรฐาน 1–3 วันทำการ · มีคิวด่วนภายในวันเดียวเมื่อจองล่วงหน้าและเอกสารครบ
ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับรับรองเอกสารเข้าประเทศไทย?
โดยทั่วไปใช้เอกสารต้นฉบับ + บัตรประชาชน/พาสปอร์ต · ทีมงานจะส่งเช็กลิสต์เฉพาะเคสให้ก่อนเริ่มงาน
อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศใช้บริการได้ไหม?
ได้ · ส่งเอกสารทางไปรษณีย์/ขนส่ง หรือประสานผ่านวิดีโอคอล และจัดส่งงานกลับได้ทั่วประเทศและต่างประเทศ
ค่าบริการประเมินอย่างไร?
ประเมินตามจำนวนหน้า ภาษา และหน่วยงานปลายทาง · ขอใบเสนอราคาฟรีทาง LINE @NYCLI หรือโทร 083-249-4999
เอกสารต้องผ่านกรมการกงสุลหรือสถานทูตด้วยไหม?
ขึ้นอยู่กับหน่วยงานปลายทาง · ประเทศสมาชิก Hague ใช้ Apostille · ประเทศอื่นต้องผ่านสถานทูต · เราดำเนินการต่อเนื่องให้ครบสายงาน
ข้อมูลส่วนบุคคลปลอดภัยหรือไม่?
ดำเนินการภายใต้ PDPA · จำกัดสิทธิ์เข้าถึงเฉพาะผู้รับผิดชอบงาน และทำลายไฟล์สำเนาเมื่อจบงานตามนโยบาย
ข้อมูลอ้างอิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง
หน่วยงานราชการ
เอกสารและกรณีจริงจากเรา
บริการที่เกี่ยวข้อง
Sources · ตรวจสอบได้
แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ
ข้อมูลบนหน้านี้อ้างอิงระเบียบและประกาศจากหน่วยงานด้านล่าง ระเบียบอาจมีการแก้ไข แนะนำให้ตรวจสอบต้นทางก่อนดำเนินการ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ (lawyerscouncil.or.th)ทะเบียนทนายความ และการรับรองทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney)
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th)ระเบียบการรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalisation) และการนัดหมายยื่นเอกสาร
- HCCH — สถานะภาคีอนุสัญญา Apostille (hcch.net)ตรวจสอบว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่ และวันที่มีผลบังคับใช้
- กระทรวงการต่างประเทศ (mfa.go.th)ข้อมูลสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุล และแนวปฏิบัติด้านเอกสารระหว่างประเทศ
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ฐานข้อมูลกฎหมาย (krisdika.go.th)ตัวบทกฎหมายไทยฉบับเป็นทางการ ใช้ตรวจสอบมาตราที่อ้างถึง