ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Yemen → 🇹🇭 · Legalize

บริการนำเอกสารเยเมนมาใช้ในประเทศไทย

แปลเอกสารจากเยเมนเป็นภาษาไทย + รับรองผ่านทนายความ Notary + กงสุลไทย (MFA) เพื่อใช้จดทะเบียนสมรส ยื่นวีซ่า สมัครงาน เรียนต่อ ทำธุรกิจ หรือดำเนินการทางกฎหมายในประเทศไทย

คำตอบสั้น (Atomic Answer)

Translate & authenticate Yemen documents for use in Thailand Yemen ยังไม่ได้เข้าร่วม Hague Apostille — ต้องผ่านขั้นตอน Legalization Chain (MFA ไทย → สถานทูตเยเมนในไทย) สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบเสนอราคา/ชุด · ระยะเวลา 8–18 วันทำการ

ภาพรวมบริการ

เยเมน (Yemen) เมืองหลวงSana'a อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีภาษาราชการ AR ไม่มีสถานทูตในประเทศไทย จึงต้องดำเนินการผ่านสถานทูตเยเมนในประเทศเพื่อนบ้าน (มักเป็นสิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ หรือฮ่องกง)

NYC Legal Institute ให้บริการโดยทีมทนายความ Notary Public ผู้ได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความแห่งประเทศไทย ร่วมกับนักแปล NAATI (สำหรับออสเตรเลีย), MoJ Certified (สำหรับใช้ในไทย) และ Sworn Translator ประจำแต่ละประเทศปลายทาง — ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นทาง (จัดเตรียมเอกสาร คัดสำเนา แปล) จนถึงปลายทาง (นำไปรับรอง MFA + สถานทูต + ส่ง DHL/FedEx ทั่วโลก) ในบริการเดียว

ขั้นตอนการดำเนินงาน

ขั้นที่ 1 — Consultation ฟรี (ทาง LINE/โทร) ประเมินเอกสารและกำหนด scope งาน

ขั้นที่ 2 — Quotation & Timeline ยืนยันราคาและระยะเวลาเป็นลายลักษณ์อักษร

ขั้นที่ 3 — ดำเนินการ ทีมงาน NYC ดำเนินการทุกขั้นตอนตั้งแต่แปล-รับรอง-จัดส่ง

ขั้นที่ 4 — Quality Check เอกสารทุกฉบับผ่านการตรวจ 2 ระดับ (นักแปล + ทนาย)

ขั้นที่ 5 — ส่งมอบและติดตามผล พร้อมรับประกันการยอมรับจากปลายทาง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ราคาเท่าไร?
A: สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบเสนอราคา

Q: ใช้เวลากี่วัน?
A: 8–18 วันทำการ

Q: ต้องเตรียมเอกสารอะไร?
A: แจ้ง Line ให้ทีมประเมินฟรี

Q: บริการรับส่งไหม?
A: รับส่งฟรีในกรุงเทพ/ปริมณฑล · ต่างจังหวัดใช้ Kerry/Flash

Q: ถ้าปลายทางไม่รับเอกสารทำอย่างไร?
A: การยอมรับเป็นดุลพินิจของหน่วยงานปลายทาง — หากเกิดจากความผิดพลาดของงานเรา เราแก้ไขและจัดทำใหม่ให้โดยไม่คิดค่าบริการ

เนื้อหาในหน้านี้ประมาณ 138 คำ · เรียบเรียงโดยทีมทนายและนักแปลของ NYC Legal Institute · อัปเดตล่าสุด ตุลาคม 2569

สิ่งที่ควรรู้ก่อนยื่นรับรองเอกสาร — นำเอกสารจากเยเมนมาใช้ในประเทศไทย

งาน “นิติกรณ์เอกสาร” คือการรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสาร ไม่ใช่การรับรองเนื้อหาภายในเอกสาร ผู้รับผิดชอบในประเทศไทยคือกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศลำดับงานมาตรฐานคือ ต้นฉบับ/คัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก → แปลเป็นภาษาปลายทาง (หากจำเป็น) → ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → จากนั้นจึงเป็น Apostille หรือรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทาง แล้วแต่กรณี กรณีเอกสารต้นทางต้องรับรองโดยสถานทูต ควรยืนยันข้อกำหนดกับหน่วยงานผู้รับก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

เอกสารที่ออกในต่างประเทศและจะนำมาใช้ในไทย ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศผู้ออกเอกสาร (Apostille หรือกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้น) และ/หรือสถานทูตของประเทศนั้นในไทย ก่อนแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล สำหรับ นำเอกสารจากเยเมนมาใช้ในประเทศไทย จุดที่ทำให้งานล่าช้าบ่อยที่สุดคือเอกสารต้นทางไม่ใช่ฉบับคัดรับรองใหม่ ชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษไม่ตรงหนังสือเดินทาง และคำแปลตกตราประทับ/ข้อความด้านหลังเอกสาร

ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญา Hague Apostille โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 2 ธันวาคม 2568 ผู้ออก Apostille คือกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (ข้อมูล ณ 2026-07-29 โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ)

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลา (อ้างอิงหน่วยงาน)

  • ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ (รับรองเอกสาร/คำแปล) กรมการกงสุล: 200 บาท ต่อตราประทับ (ด่วน 400 บาท) · ปกติ 2–3 วันทำการ · ด่วน 1 วันทำการ — กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  • ค่าธรรมเนียม Apostille (ไทย): 200 บาท ต่อฉบับ (ด่วน 400 บาท) · ปกติ 2–3 วันทำการ · ด่วน 1 วันทำการ — กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (มีผล 2 ธันวาคม 2568)
  • ค่าธรรมเนียมสถานทูตปลายทาง (กรณีต้องรับรองซ้ำ) เป็นไปตามอัตราของแต่ละสถานทูต และมักต้องนัดหมายล่วงหน้า
  • ค่าธรรมเนียมคิดต่อตราประทับ/ต่อฉบับ เอกสารชุดเดียวกันหลายฉบับจึงคิดแยกฉบับ

ค่าธรรมเนียมราชการอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ

เช็กลิสต์ก่อนยื่น — ลดโอกาสถูกตีกลับ

  • เอกสารทะเบียนราษฎรควรเป็นฉบับคัดรับรองใหม่จากสำนักทะเบียน ไม่ใช่สำเนาถ่ายเก่า
  • เอกสารการศึกษาต้องผ่านการรับรองจากสถานศึกษา/ต้นสังกัดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนนิติกรณ์
  • เอกสารบริษัทควรคัดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่เกินอายุที่ปลายทางกำหนด (มักไม่เกิน 3–6 เดือน)
  • สะกดชื่อบุคคลและชื่อนิติบุคคลภาษาอังกฤษให้ตรงกับหนังสือเดินทาง/หนังสือรับรองทุกจุด
  • ตรวจว่าประเทศปลายทางต้องการ Apostille หรือรับรองสถานทูต ก่อนจ่ายค่าธรรมเนียมขั้นถัดไป

แหล่งอ้างอิง

  • กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — consular.mfa.go.th (นิติกรณ์เอกสารและการรับรองคำแปล)
  • HCCH — สถานะภาคีอนุสัญญา Apostille: hcch.net status table

ตรวจทานข้อมูลล่าสุด: 2026-07-29

ต้องการคำตอบแบบเจาะทีละคำถาม ดูได้ที่ คลังคำถามงานรับรองกงสุลรายข้อ